LEMON AND THE SUN : ลอดอุโบสถวัดภาษี *

LEMON AND THE SUN : ลอดอุโบสถวัดภาษี *

LEMON AND THE SUN : ลอดอุโบสถวัดภาษี

DSC_0221

เรื่องและภาพ : Lemon And The Sun
ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากวัดภาษี 

ห่างหายจากการพาเพื่อนๆ ในบล็อกไปท่องเที่ยวนานเลย วันนี้ Lemon And The Sun ไม่ได้พาคุณไปชิมของอร่อยอย่างเคยหรอกค่ะ แต่จะพาไปเสริมสิริมงคลด้วยการลอดอุโบสถที่วัดใจกลางกรุงอย่าง วัดภาษี ที่ตั้งอยู่ ณ ซอยเอกมัย 23 ซึ่งทั้งใกล้และเดินทางสะดวกสบายแทนนะคะ

วัดภาษี (WAT PHASI) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2390 โดยกำนันเพชร ซึ่งได้ตั้งด่านหัวนา เก็บค่าผ่านทางจากพ่อค้าที่ขนส่งทางเรือในคลองแสนแสบ จากภาคตะวันออกเข้าสู่เมืองบางกอก เมื่อได้เงินมากพอ จึงได้สร้างวัดขึ้น เรียกชื่อวัดว่า “วัดภาษี” ได้รับพระราชทานวิสุงคามวาสี เมื่อปี พ.ศ. 2391 ปัจจุบันวัดภาษีได้จำลองสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง มาให้ประชาชนได้เข้ามาสักการะ และรำลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  สมัยก่อนทางราชการได้ใช้พื้นที่ป่าช้าท้ายวัดเป็นแดนประหารนักโทษด้วยการตัดคอ ภายหลังแล้วได้ยกเลิกเปลี่ยนมาเป็นการยิงเป้าแทน จากหนังสือสยามโบราณบันทึกไว้ว่า นักโทษที่ถูกทางการประหารด้วยการตัดคอคนสุดท้ายที่หลักประหารในป่าช้าท้ายวัด ชื่อ น.ช. บุญเพ็ง หรือที่ทราบกันโดยทั่วไปว่“บุญเพ็งหีบเหล็ก”

DSC_0123

ศาลลุงบุญเพ็ง (ตามที่ชาวบ้านละแวกนั้นเรียกกันค่ะ)

DSC_0101

อย่าลืมมาสักการะพระบรมสารีริกธาตุเพื่อเสริมสิริมงคลกันนะคะ

สิ่งที่เราตั้งใจเป็นพิเศษนอกจากไปไหว้พระเพื่อทำให้จิตใจสงบสุขก็คือ การลอดอุโบสถ โดยอุโบสถแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2390 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปีพุทธศักราช 2391 อุโบสถวัดภาษีใช้เป็นสถานที่ที่พระสงฆสวดมนต์ทำวัตรเช้าและเย็น รวมถึงเป็นสถานที่ทำกิจกรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนาทั้งทำสังฆกรรมบวชพระสงฆ์นับร้อยรูป รวมถึงการทำพิธีพุทธาภิเษกมานับครั้งไม่ถ้วน จึงไม่แปลกที่อุโบสถแห่งนี้จะทรงคุณค่าความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งชาวบ้านในละแวกนี้ต่างรู้ดี  ซึ่งทางวัดภาษีก็ได้เปิดโอกาสให้ลอดโบสถ์ผ่านใต้ฐานพระประธานในอุโบสถกันค่ะ และด้วยเหตุที่พระอุโบสถเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ จึงมีความเชื่อเรื่องการลอดอุโบสถสะเดาะเคราะห์ที่สืบทอดกันมายาวนานว่า หากใครได้ลอดโบสถ์ หรือลอดใต้พระประธานในอุโบสถ เคราะห์เบาจะหาย เคราะห์ร้ายจะบรรเทาทุเลาหายได้ เป็นการเสริมสิริมงคลให้เคราะห์กรรมและนานาปัญหาผ่านพ้นไป จะได้พบแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต แต่ปัจจุบันการจะหาอุโบสถเพื่อลอดสะเดาะเคราะห์นั้นยากมาก คติความเชื่อในเรื่องดังกล่าวจึงไม่แพร่หลายมากนัก

“ผู้ใดต้องสิ่งอัปมงคลต่างๆ ต้องธรณีสารอุบาทว์จัญไรแปดประการต้องน้ำมันผีต้องน้ำมันพลาย ต้องเดรัจฉานวิชาคุณไสย ต้องเสน่ห์สั่งยาแฝด ต้องคุณสิบสองภาษา ต้องมนต์ดำมนต์แดงติดเนื้อหนังมังสา กรรมเก่ากรรมใหม่เหล่านี้ ต้องโรคเวร โรคกรรม โรคาภัยไข้เจ็บรักษาไม่รู้จักหาย กรรมเก่าแต่ปางก่อน เพื่อล้างอาถรรพ์”

ขั้นตอนการลอดอุโบสถ

ในขั้นแรกควรตั้งจิตให้เป็นสมาธิ จุดธูปสามดอก ตั้งนะโมฯ สามจบ จากนั้นให้อธิษฐาน ขอพร หรือแจ้งความประสงค์ในการมาลอดอุโบสถครั้งนี้ เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงปักธูปในกระถางหน้าอุโบสถ ก่อนเดินประนมมือลงบันไดทางซ้ายมือ เดินวนขวา ลอดอุโมงค์ขึ้นบันไดทางขวา ผ่านหน้าอุโบสถสามรอบจนครบก็เป็นอันเสร็จพิธีแล้วค่ะ

DSC_0090

391685_10201275590239628_2031908510_n

DSC_0097

 

Advertisements
คาเฟ่แมวที่เราหลงรัก : KITTY CAT CAFE *

คาเฟ่แมวที่เราหลงรัก : KITTY CAT CAFE *

คาเฟ่แมวที่เราหลงรัก

KITTY CAT CAFE

DSC_0293

เรื่องและภาพ : Lemon And The Sun

Tree Sqare สถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำของเราทั้งสองคน ซึ่งต่างคนต่างแวะเวียนมาทานอาหาร นั่งเล่นพักผ่อน หรือแม้แต่ประชุมกันตามร้านรวงเก๋ๆ เหล่านี้ออกบ่อย เย็นย่ำเมื่อฝนกระหน่ำเข้ามาโครมใหญ่ เราจึงใช้เวลาเอนจอยอีทติ้งกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้าโปรด KONOHA ที่ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องแวะมากิน (ก็แหม….ทั้งราคาถูกและรสชาติดีนี่เนอะ) หลังจากทานข้าวเสร็จก็เลยเดินสำรวจกันสักหน่อยว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แล้วเราก็มาเจอ Kitty Cat Café ร้านคาเฟ่แมวที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อวันพุธที่ 12 มิถุนายน นี้เอง ด้วยความน่ารักของบรรดาน้องเหมียวที่พากันวิ่งเล่นอย่างร่าเริง ดึงดูดให้เราเดินเข้าไป แต่น่าเสียดายที่ร้านปิดแล้ว แต่คุณพี่เจ้าของร้านอนุญาตให้เข้ามาชมได้  เราก็เลยได้เล่นและชมความน่ารักของน้องเหมียวอยู่สักครู่ แล้วก็ต้องขอตัวกลับ เอาไว้วันหลังมาใหม่ แล้ววันต่อมาเราสองคนก็หวนกลับมาอีกรอบ ครั้งนี้เราได้เจอกับคุณพี่เจ้าของร้านใจดีทั้ง 2 คนเลย คือ คุณวิลาสินี สุทธาวาศ (ปุ๊กกี้) และคุณชยาพล สุทธาวาศ (อาร์ม)

ภาพเจ้าของร้านทั้งสองท่าน

คุณปุ๊กกี้ และ คุณอาร์ม เจ้าของร้าน


ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามายังร้านแห่งนี้ ดูเหมือนว่าบรรยากาศผ่อนคลายเรียบง่าย และร้านที่ตกแต่งอย่างอบอุ่นจะทำให้เราหลงรักได้ไม่ยาก พี่เจ้าของร้านทั้งสองเอ่ยทักทายอย่างอารมณ์ดีและเป็นกันเอง เมื่อชวนพี่ทั้งสองคุย จึงทราบว่า แม้ร้านจะเปิดได้ไม่นาน แต่ก็มีลูกค้าขาประจำแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นผู้ปกครองและนักเรียนของโรงเรียนบดินทรเดชา และลูกค้าที่มาตามเพจของทางร้าน ที่มานั่งทานเครื่องดื่มกับขนมรสเลิศ แถมยังเล่นกับน้องแมวอย่างมีความสุข พี่ปุ๊กกี้กระซิบบอกเราว่า  “แค่นี้เจ้าของร้านก็ปลื้มใจแล้วล่ะค่ะ นี่เป็นภาพที่เจ้าของร้านทุกที่คงอยากเห็น”  

DSC_0273

แม้จะเพิ่งเปิดร้านสดๆ ร้อนๆ แต่ก็ได้ลงหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจแล้ว


หลังจากนั้นพี่ปุ๊กกี้ก็เล่าถึงจุดเริ่มต้นของคนรักแมว ที่ทำให้เธอผันตัวมาเป็นเจ้าของร้านอย่างทุกวันนี้  “เริ่มต้นจากการเลี้ยงแมวก่อน เพราะเป็นคนรักแมว จึงมีแมวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับอยากจะมีธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเอง และรู้สึกชื่นชอบร้านแคท คาเฟ่อื่นๆ ที่เคยไป เราไปเซอร์เวย์มาหมด เราเอาความชอบเป็นตัวตั้งและเริ่มค้นหาข้อมูลจากที่ต่างๆ รวมถึงเว็บไซต์ต่างประเทศ จนเกิดร้าน Kitty Cat Café ขึ้นมา แมวทุกตัวในร้านเราเลี้ยงเองหมดและจำชื่อได้หมดทุกตัวตั้งแต่วันแรก  ด้วยความน่ารัก ขี้อ้อน ซุกซน ช่างเอาใจของน้องเหมียว จึงทำให้ลูกค้าแวะเวียนมาที่นี่ค่อนข้างเยอะค่ะ”

DSC_0252

กฏกติกาเล็กๆ น้อยๆ ในร้าน KITTY CAT CAFE

DSC_0260

ชื่อเจ้าเหมียว ขึ้นต้นด้วย ม. หมดเลย จำง่ายดีแฮะ

DSC_0267

แง๊ววว 🙂 

kitty cat
ส่วนหนึ่งของกองทัพน้องเหมียว

หลังจากที่ตักตวงบรรยากาศของทางร้านไปจนอิ่มใจ เห็นภาพน้องแมวไปพอกรี๊ดในความน่ารักแล้ว เราจึงกางเมนูเตรียมสั่งของหวานทันที เมนูของหวานและเครื่องดื่มของทางร้านมีให้เลือกมากมาย ชนิดที่หากคุณไม่ใช่คอกาแฟ ก็มีเครื่องดื่มอื่นๆ และขนมรสชาติดีให้เลือกรับประทานกัน สิ่งที่พิเศษกว่าร้านอื่นคือ ความพิถีพิถันและความใส่ใจค่ะ เพราะขนมและเครื่องดื่มของทางร้านจะได้รับการตกแต่งเป็นรูปแมวหมด จนบางทีเห็นความน่ารักแล้วไม่กล้าทานเลยทีเดียว

DSC_0333

DSC_0355

DSC_0310

DSC_0298

‘ชานมร้อน’ และเมนูของหวานอร่อยๆ ‘ช็อกโกแลตลาวา’ พร้อมกับเจ้าเหมียวน่ารักๆ 

สำหรับรสชาติของขนมหวานที่นี่ นับว่าอร่อยเข้มข้น เพราะคุณปุ๊กกี้-เจ้าของร้านลงมือทำเองทุกขั้นตอน ช็อกโกแลตลาวาที่เราสั่งมาชิม ถือว่าหวานพอดีๆ ไม่มากหรือน้อยเกิน ทานคู่กับสตรอว์เบอร์รี่สดและวิปครีมยิ่งเพิ่มดีกรีความอร่อยลงตัว และวันที่ฝนตก อากาศเย็นๆ เช่นนี้ เราก็ไม่พลาดที่จะสั่งชานมร้อนสักแก้วมาทานคู่กัน ยิ่งทำให้วันนี้สมบูรณ์แบบทีเดียว  ใครที่จะตามรอยเรามาชิมและเล่นกับเหมียวสุดน่ารัก สามารถมาชิมแอนด์ชิลกันได้ทุกวันตั้งแต่ 11 โมงจนถึงสองทุ่ม แล้วคุณจะหลงรักร้านนี้และบรรดาน้องเหมียวที่รอต้อนรับคุณอยู่อย่างแน่นอน

Kitty Cat Café

998615_173842732792443_1071967100_n

ที่อยู่ : 1133 โครงการ Tree Squar แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม 10310
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00-20.00 น.
Facebook : https://www.facebook.com/kittycatcafee
โทร. 02-934 6633   081-1139389

Bon Marché Market Park*

Bon Marché Market Park*

Bon Marché Market Park

พาชมตลาดบองมาร์เช่ 

เรื่องและภาพ : Lemon And The Sun

DSC03667

ตลาดบองมาร์เช่ เป็นตลาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากวัดเสมียนนารีมากนัก เมื่อไหว้พระ ทำบุญกันเสร็จ เราก็ย้ายร่างมาหาอาหารที่นี่ ซึ่งเป็นตลาดที่มีครบทั้งอาหารคาวและหวาน  ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า เครื่องประดับ หากใครรู้สึกว่าเดินเยอะจนปวดเมื่อยเนื้อตัว ก็สามารถแวะเข้าร้านนวดที่มีให้เลือกหลายสไตล์ หลายร้าน หรือถ้าใครชอบดูดวง งานนี้คงถูกใจเพราะมีทั้งแม่หมอ พ่อหมอมารอดูดวงแม่นๆ ให้กับคุณ ถือว่าตลาดนี้มีครบสรรพที่คุณอยากได้ เหมาะกับการเดินเล่นเย็นใจกับครอบครัว และไม่ต้องรอให้ถึงวันแม่ คุณก็สามารถพาแม่มาเลือกช้อปของถูกใจได้โดยที่คุณแม่จะไม่บอกว่าเบื่อแน่นอน!

1200_4821363194849DSC03641

ร้านที่เราไปชิมมาแล้วต้องกดไลค์แรงๆ คือ ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยประจำตลาดอย่าง “ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณ อ.”  ที่ปรุงน้ำซุปได้รสเข้มข้นพอดิบพอดี ยิ่งบวกกับเส้นเหนียวนุ่มถึงเครื่องในราคาเบาๆ เพียงชามละ 22 บาทเท่านั้น ยิ่งกินยิ่งอร่อยขนาดนี้ เราเลยอดใจไม่ไหวจัดไปสองชามพร้อมกับแคบหมูกรอบๆ ให้หายหิว ส่วนคนที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวใส่ผักเยอะๆ ที่นี่มีบริการผักสดกรอบฟรีอีกด้วยให้กินแบบตักเท่าไหร่ก็ได้ เพราะเจ้าของไม่หวง

cocoicepicture

พออิ่มจากของคาว อากาศร้อนๆ แบบนี้ต้องหาของหวานๆ เย็นๆ กินให้ชื่นใจ เดินไปสักพักก็เจอ “ร้าน COCO ICE” ที่ตอนแรกนึกว่าเป็นร้านน้ำมะพร้าวปั่นปกติ แต่เจ้าของร้านบอกเราว่า น้ำมะพร้าวที่นี่ปั่นจนกลายเป็นไอศกรีมเกล็ดหิมะ และเป็นน้ำมะพร้าวร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีส่วนผสมจากนม รสหวานอร่อยธรรมชาติโดยไม่ใส่น้ำตาล สรรพคุณน่าลิ้มลองอย่างนี้จึงอดไม่ได้ที่จะลองชิม คุณป้าใจดีตักให้เราชิมฟรีคนละถ้วยพร้อมกับโรยถั่วลิสงคั่วหอมๆ กรุบกรอบให้เราด้วย ต้องขอบคุณคุณป้าเจ้าของร้านมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ที่นอกจากจะให้ชิมไอศกรีมอร่อยๆ แล้วยังยิ้มแย้มและพูดคุยกับเราตลอดเลย 🙂

yummycocoice

สำหรับรสชาติของไอศกรีม ถือว่าถูกใจเลยค่ะ เพราะเมื่อลองชิมคำแรกแล้วหยุดไม่ได้ ได้ทั้งรสและกลิ่นของมะพร้าวน้ำหอมแท้และความเย็นชื่นใจที่ทำให้คลายร้อน ในถ้วยยังมีเนื้อมะพร้าวอ่อนให้เคี้ยวเพลินๆ ถือเป็นของหวานที่กินแล้วเย็นใจเหมือนนั่งกินอยู่ริมทะเลเลย 🙂

fruitแผงผลไม้สีสดเหมาะกับหน้าร้อนนี้จริงๆ 

พอชิมไอศกรีมน้ำมะพร้าวสุดอร่อยเสร็จ เราก็เดินชมตลาดกันต่อ น่าเสียดายที่เรามาตอนเย็นมากแล้ว ร้านรวงเลยทยอยปิดไป แต่ก็ยังได้ขนม ผลไม้ และของฝากอร่อยๆ ไปให้ที่บ้านได้ชิมเหมือนกันค่ะ ไว้ถ้ามีเวลาว่าง เราจะมาแนะนำร้านอาหารอร่อยๆ และร้านของฝากเด็ดๆ ให้เพื่อนๆ ไปตามรอยชิมกันนะคะ


bon marche

ภาพแผนที่การเดินทาง