Hey Workies! นิสัยการทำงานแบบนี้ไม่รุ่งแน่! *

Hey Workies! นิสัยการทำงานแบบนี้ไม่รุ่งแน่! *

Hey Workies! นิสัยการทำงานแบบนี้ไม่รุ่งแน่!

เขียน : Lemon And The Sun
ภาพ : เว็บไซต์ npc-se , know-accounting
work.chron, austin.culturemap และ boingboing

เคยไหมเวลาทำงานร่วมกับใครสักคนแล้วเกิดความรู้สึกแย่ๆ ว่า ทำไมร่วมงานกับเขาช่างยากเย็น ไม่ใช่แค่ความยากลำบากเหน็ดเหนื่อยกายจากการทำงาน ปวดหัวจากการต้องประชุมทั้งวันหรอกนะ แต่สุดจะเพลีย ละเหี่ยใจกับนิสัยลบๆ ของเขาต่างหาก แต่ก่อนที่จะหันไปมองคนอื่น ตัวคุณเองน่ะเป็นคนที่ร่วมงานด้วยยาก หรือทำให้ใครต้องลำบากใจหรือเปล่า ลองพิจารณาตัวเองดูสิว่า 1 ในนิสัยเหล่านี้น่ะ มีตัวคุณอยู่หรือไม่ ถ้ามีล่ะก็ รีบแก้ซะ เพราะนิสัยการทำงานแบบนี้จะฉุดความเป็นมืออาชีพของคุณไปจนหมดสต็อกเลยล่ะ!

 → ฉันเท่านั้นที่ถูก 

know-accounting

ทัศนคติแบบฉันเท่านั้นที่ถูก คุณต้องฟังฉันสิ! เป็นทัศนคติที่ดูบิดเบี้ยวไปสักหน่อย เพราะมันมาพร้อมกับอาการโทษคนอื่นไว้ก่อนและไม่รับฟังความคิดเห็นของใครทั้งสิ้น หากคุณมีปัญหานี้ นอกจากความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานจะติดลบแล้ว อาการฉันถูกทุกอย่างอาจทำให้ความสัมพันธ์ด้านอื่นๆ ของชีวิตดรอปลงได้ ดังนั้นคุณควรตระหนักไว้ว่า จักรวาลไม่ได้หมุนรอบคุณ คนเราผิดพลาดกันได้เสมอ บางครั้งไม่จำเป็นต้องหาคนผิด คนถูกไปเสียทุกเรื่องหรอก และในโลกของการทำงาน คุณไม่ได้เก่งอยู่คนเดียว ลองเปิดใจกว้างๆ พยายามอย่าเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง และอย่าด่วนตัดสินคนอื่น ให้หัดฟังผู้อื่นและมองหลายๆ มุม เพื่อให้งานที่ทำร่วมกันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานไว้ได้ตลอดรอดฝั่ง

→ โทรโข่งตัวแม่

npc-se

ใครทำอะไร ที่ไหน กับใคร จำเป็นต้องรู้ด้วยเหรอ! บางเรื่องก็สงวนสิทธิ์ไว้ให้เจ้าตัวเขาบ้างเถอะ การทำตัวเป็นโทรโข่งคอยป่าวประกาศเรื่องของชาวบ้านอย่างกับเป็นกูรูประจำตัวเขา และคอยอัพเดท ตามติดชีวิตประจำวันของคนอื่นแบบเรียลลิตี้โชว์ 24 ชั่วโมงน่ะมันไม่เวิร์คหรอกนะ เพราะสาวๆ ที่ทำงานอย่างมืออาชีพตัวจริง จะสนใจแค่เรื่องการทำงานและการพัฒนาตนเองเท่านั้น  ไม่เผาเวลาชีวิตของตัวเองทิ้งไปกับการตามสืบเรื่องส่วนตัวของใครหรอก และการนำเรื่องส่วนตัวของคนอื่นมาขยายต่อก็ยิ่งแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพของคุณอย่างที่สุด เพราะคนอื่นจะมองว่า คุณไว้ใจไม่ได้ ปากเปราะ ไม่รู้จักแยกแยะเรื่องต่างๆ จำไว้ว่า การรู้รายละเอียดชีวิตของคนอื่นก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้น แต่ในทางกลับกันมันทำให้คุณย่ำอยู่กับที่และมีแต่จะแย่ลง เพราะมัวแต่อุทิศตนเอาเวลามานั่งเพ่งเล็งชีวิตของผู้อื่นจนงานไม่เดินหน้า และทำลายอนาคตในหน้าที่การงานของคุณไปโดยไม่รู้ตัว

→ เห็นใครดีกว่าไม่ได้

coworkers

“ยัยนั่นได้เลื่อนตำแหน่ง ได้ขึ้นเงินเดือนเหรอ! ฉันยอมไม่ได้ ทำไมหล่อนได้ดีกว่าฉันล่ะ” หากข้อความข้างต้นเป็นสิ่งที่คุณคิดเวลาเห็นเพื่อนร่วมงานประสบความสำเร็จ แสดงว่า “ความอิจฉาริษยา” ได้ก่อกำเนิดขึ้นในใจของคุณแล้ว แม้ความคิดด้านลบเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่อย่าลืมว่า การที่คุณเห็นใครสักคนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ในชีวิตครอบครัว หรือเรื่องอะไรก็ตาม มันไม่ได้หมายความว่า พวกเขาฟลุ๊ค หรือพวกเขาเหล่านั้นไม่คู่ควรกับสิ่งดีๆ ตัวคุณเองทั้งที่ไม่เคยล่วงรู้เบื้องลึก เบื้องหลัง หรือความทุ่มเทพยายามของคนเหล่านั้น แต่กลับด่วนตัดสินแล้วว่า พวกเขาฟลุ๊คหรือเปล่า ประจบเจ้านาย หรือใช้วิธีสกปรกอะไรให้ได้เลื่อนตำแหน่งนะ ทำไมถึงมีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับเขาแล้วฉันล่ะ! ถ้าคุณมัวแต่คิดอย่างนี้ก็เท่ากับดูถูกศักยภาพของตัวเอง รีบโยนความอิจฉาและความคิดด้านลบเหล่านั้นทิ้งเสีย ถ้าเห็นใครทำงานเก่ง ฝีมือดี ไอเดียเลิศ ก็ให้เขาเป็น “แรงบันดาลใจ” ของคุณที่สักวันคุณต้องเก่งแบบนี้บ้าง ไม่ใช่คิดจะเอาชนะเพียงอย่างเดียว และหัดเก็บเกี่ยว เรียนรู้สิ่งดีๆ จากเขา ไม่ใช่คอยหาทางทำลายเขา รวมถึงควรรู้จักพูดชื่นชมคนอื่นจากใจจริงบ้าง ตัวคุณเองก็จะมีความสุขในการทำงานเพิ่มขึ้นด้วย

→ ยกกันมาทั้งซาฟารี 

work.chron

จะพูดจาปราศรัยกับใครนั้น
อย่าตะคั้นตะคอกให้เคืองหูไม่ควรพูดอื้ออึงขึ้นมึงกู
คนจะหลู่ล่วงลามไม่ขามใจ
สุนทรภู่ (สุภาษิตสอนหญิง)

การพูดจา สนทนากับใครไม่จำเป็นต้องมึงมาพาโวย หรือมีบรรดาสิงสาราสัตว์ทั้งหลายตามมาเป็นพรวน อย่าลืมสำนวนดีๆ อย่าง “สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล”  ไม่ว่าคุณจะตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โตขนาดไหน อายุมากกว่าคนที่สนทนาด้วยสักเท่าใด ก็ไม่ควรใช้คำหยาบคาย หรือแม้แต่การใช้วาจาที่ไม่หยาบคาย แต่กระแนะกระแหน ส่อเสียด จาบจ้วง หรือก่อให้เกิดความทุกข์ทางใจแก่ผู้อื่น เพราะทำไปก็เสียลุคเปล่าๆ อย่าลืมว่า หลังจากคำพูดออกจากปากเราไปแล้ว คำพูดเป็นนายของเรา ซึ่งเราไม่สามารถเรียกคืนได้ ดังนั้นคิดดี พูดดี กระทำดี และเลิกสร้างกรรมให้คนอื่นช้ำใจดีกว่า 

→ ทำตัวเป็นแมวขโมย 

boingboing

เพื่อนร่วมงานนำไอเดียดีๆ มาปรึกษาคุณ กะจะนำเสนอต่อที่ประชุม แต่ลองถามคุณก่อนว่า ความคิดของเขาเหมาะสมหรือไม่ การที่ใครสักคนมาปรึกษาคุณเรื่องงานแสดงว่า เขาเห็นคุณเป็นที่ปรึกษาที่ดีและมอบความไว้วางใจให้ แต่คุณกลับพังความไว้ใจเสียสิ้นซาก พร้อมกับชุบมือเปิปขโมยไอเดียของเขาไปดื้อๆ โดยการชิงเสนอไอเดียนี้กับทุกคนรวมถึงเจ้านาย ที่ร้ายกว่านั้นเวลาใครมีผลงานเด่นๆ ดีๆ แทนที่จะสนับสนุนความตั้งใจของเขาเหล่านั้น กลับฉกเอาไปเป็นผลงานตัวเองแล้วบอกว่า “นี่งานฉันย่ะ” หรือจงใจเลียนแบบงานของคนอื่นออกมาตามสไตล์ COPYCAT ซึ่งนอกจากจะทำให้เพื่อนร่วมงานเห็นว่า คุณไว้ใจไม่ได้ เป็นนักฉวยโอกาสตัวยงแล้ว คุณยังกลายเป็นคนที่ไม่ควรเสวนาด้วย ไม่มีใครอยากร่วมงานกับคุณอีก แล้วรู้ไหมว่า การกระทำเช่นนี้ก็เหมือนกับการประกาศออกไปโต้งๆ ว่า “ฉันเป็นคนไร้จุดยืน อย่าว่าแต่ความคิดของตัวเองเลย ความมั่นใจฉันก็ยังไม่มี” ดังนั้นเลิกนิสัยเสียนี้ไปเลย แล้วคิดหาไอเดียดีๆ ที่กลั่นมาจากสมองของตนเองและลงมือทำยังดีเสียกว่า เพราะถ้าคุณประสบความสำเร็จ มันก็คือผลงานชิ้นโบว์แดงที่คุณภูมิใจและสมควรได้รับการชื่นชมอย่างแท้จริงกว่าสิ่งที่ใช้ความมักง่ายไปขโมยชาวบ้านเขามา คราวนี้คุณก็สามารถพูดได้เต็มปากว่า “นี่งานฉัน” แน่นอน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s